Industry

วิกฤตขาดแคลน RAM อาจยาวนานถึงปี 2030 — ส่งผลกระทบ AI, มือถือ, แล็ปท็อป และทุกอุปกรณ์ที่คุณใช้

2026-05-08 · ~1 นาที · Industry

คำนำ

ถ้าคุณรู้สึกว่าราคาแล็ปท็อป มือถือ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในช่วงหลังแพงขึ้น อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ — เพราะโลกกำลังเผชิญ "วิกฤตขาดแคลนหน่วยความจำ (RAM)" ที่อาจยาวนานอีกหลายปี จากรายงานของ Nikkei Asia ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ของโลกคาดว่าจะผลิตได้เพียง 60% ของความต้องการทั้งหมด ภายในสิ้นปี 2027 และประธาน SK Group (บริษัทแม่ของ SK Hynix ผู้ผลิต RAM รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก) ระบุว่า การขาดแคลนอาจยาวนานถึงปี 2030 บทความนี้จะอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น ส่งผลอะไรต่อเราบ้าง และเกี่ยวข้องกับ AI อย่างไร

เกิดอะไรขึ้นกับ RAM โลก?

ความต้องการเพิ่มขึ้น แต่โรงงานสร้างไม่ทัน

หน่วยความจำ (RAM) เป็นส่วนประกอบสำคัญในทุกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ — ตั้งแต่สมาร์ทโฟน แล็ปท็อป ไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์ขนาดยักษ์ใน data center ปัจจุบันความต้องการ RAM เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจาก AI Data Centers ที่ต้องการ RAM แบบพิเศษชื่อ HBM (High-Bandwidth Memory) อย่างมหาศาล แต่ปัญหาคือ:

โรงงานใหม่สร้างไม่ทัน: โรงงานผลิต RAM ใช้เวลาสร้าง 3-5 ปี และโรงงานใหม่ส่วนใหญ่จะไม่พร้อมจนถึง 2027-2028

ปี 2026 มีเพียง SK Hynix เปิดโรงงานใหม่ ที่เมือง Cheongju (กุมภาพันธ์ 2026) เท่านั้น ผลิตได้ไม่พอ: อุตสาหกรรมต้องการเพิ่มผลผลิต 12% ต่อปี แต่มีแผนเพิ่มได้เพียง 7.5% ต่อปี (จากข้อมูล Counterpoint Research)

ผู้เล่นหลักในตลาด RAM

บริษัทประเทศบทบาท
Samsungเกาหลีใต้ผู้ผลิต RAM รายใหญ่ที่สุดในโลก
SK Hynixเกาหลีใต้อันดับ 2 เป็นผู้นำตลาด HBM
Micronสหรัฐอเมริกาอันดับ 3 กำลังขยายกำลังผลิต

ทั้งสามบริษัทกำลังเร่งเพิ่มกำลังผลิต แต่ก็ไม่เพียงพอ

ส่งผลกระทบอย่างไรต่อเรา?

1. อุปกรณ์ผู้บริโภค: แพงขึ้น และหายากขึ้น

ถ้าคุณกำลังคิดจะซื้อมือถือใหม่ แล็ปท็อปใหม่ VR headset หรือเครื่องเล่นเกมมือถือ อาจต้องเตรียมตัว: ราคาอาจสูงขึ้น เพราะต้นทุน RAM ที่สูงขึ้น รุ่นที่มี RAM เยอะอาจหายากขึ้น เพราะผู้ผลิตต้องจัดสรร RAM ไปให้ภาคธุรกิจด้วย

2. อุตสาหกรรม AI: ผลกระทบรุนแรง

นี่คือส่วนที่น่าห่วงที่สุด — เพราะ AI กิน RAM เป็นอย่างมาก: HBM (High-Bandwidth Memory) คือ RAM พิเศษสำหรับ AI chip ที่สามารถส่งข้อมูลได้เร็วกว่า RAM ธรรมดาหลายเท่า ผู้ผลิตจำนวนมาก โอนสายการผลิตจาก consumer RAM ไปทำ HBM แทน เพราะขายได้ราคาดีกว่า ผลคือ consumer DRAM (RAM สำหรับอุปกรณ์ทั่วไป) ขาดตลาดรุนแรงขึ้น

คำอธิบายง่ายๆ: ลองนึกถึงโรงงานข้าวที่เคยผลิตข้าวให้คนทั่วไป แต่ตอนนี้ภัตตาคารหรู (AI data center) ยื่นข้อเสนอซื้อข้าวดีๆ ในราคาสูงกว่า โรงงานก็เลยส่งข้าวดีไปให้ภัตตาคารหมด คนทั่วไปที่เคยซื้อข้าวดีราคาประหยัดก็เลยหาซื้อยากขึ้น

3. ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

การขาดแคลน RAM ไม่ได้ส่งผลแค่กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่กระทบต่อ: ราคาสินค้าไอทีทั้งระบบ — ตั้งแต่ cloud storage ไปจนถึง software service ความเร็วในการพัฒนา AI — ถ้า RAM ไม่พอ การฝึก AI โมเดลใหม่จะช้าลง การแข่งขันด้านเทคโนโลยี — ประเทศที่เข้าถึง RAM ได้มากกว่าจะได้เปรียบ

มีทางออกไหม?

ในระยะสั้น (2026-2028) คงหนีไม่พ้นการปรับตัว: ผู้บริโภค: อาจต้องใช้อุปกรณ์เดิมนานขึ้น หรือเลือกรุ่นที่มี RAM น้อยลง บริษัทเทคโนโลยี: กำลังหาทางใช้ RAM ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การบีบอัดข้อมูล การจัดการหน่วยความจำแบบใหม่ ผู้ผลิต RAM: กำลังลงทุนหลักร้อยล้านล้านบาทในโรงงานใหม่ แต่ใช้เวลา ในระยะยาว (2029 ขึ้นไป) เมื่อโรงงานใหม่เริ่มพร้อม สถานการณ์น่าจะดีขึ้น แต่ก็ไม่แน่เพราะความต้องการ AI อาจเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้

สรุป

วิกฤตขาดแคลน RAM เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบทุกคน — ไม่ใช่แค่วงการ AI แต่รวมถึงคนที่ใช้มือถือ แล็ปท็อป และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป สาเหตุหลักมาจากความต้องการ RAM สำหรับ AI data center ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนผู้ผลิตไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตได้ทัน แม้จะมีการลงทุนสร้างโรงงานใหม่แล้ว แต่ก็ต้องใช้เวลาอีก 2-4 ปีกว่าจะพร้อม ดังนั้นในช่วงนี้เราอาจต้องเตรียมพร้อมสำหรับราคาอุปกรณ์ที่สูงขึ้น และการเลือกซื้อที่ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่ามากขึ้นกว่าเดิม

แหล่งอ้างอิง

The Verge, "The RAM Shortage Could Last Years" — theverge.com Nikkei Asia — รายงานตลาดหน่วยความจำ Counterpoint Research — ข้อมูลการเติบโตกำลังผลิต

📌 Source: https://www.theverge.com/ai-artificial-intelligence/914672/the-ram-shortage-coul...